7 กุมภาพันธ์ 2562 อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เผยพบเต่าหญ้าโผล่ขึ้นมาวางไข่บนชายหาดในพื้นที่จังหวัดพังงา

ที่มา: http://www.banmuang.co.th/news/region/141072

อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่าหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี – หาดท้ายเหมือง ได้ประสานงานมายังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ว่าพบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ บริเวณชายหาดบ่อดาน อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา จึงได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 (สบทช.8) ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยการขึ้นวางไข่ เป็นเต่าหญ้า ตรวจวัดรอยความกว้างของหน้าอก 78 เซ็นติเมตร เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดย้ายนำไปฟักที่ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์หาดท่าไทร ตรวจนับจำนวนไข่ได้ 81 ฟอง เป็นไข่สมบูรณ์ทั้งหมด นับว่าเป็นข่าวดีอีกครั้งที่ได้พบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในพื้นที่จังหวัดพังงา พบเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่จำนวน 3 ครั้ง บริเวณหาดคึกคัก และ หาดท่าไทร จังหวัดพังงา โดยในครั้งนี้พบเป็นเต่าหญ้าแสดงให้เห็นว่าทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณดังกล่าวนั้นมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น จึงทำให้เต่าทะเลทั้งสองชนิดที่นับวันยิ่งหายากและใกล้สูญพันธุ์ขึ้นมาวางไข่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในฐานะที่เป็นหน่วยภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รวมถึงมีภารกิจหลักในการดูแล อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และ สัตว์ทะเลหายาก ได้มีการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟือง โดยมีอุปกรณ์ เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิในรังไข่ จัดทำรั้วขนาดใหญ่รอบรังไข่เต่า เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ตามธรรมชาติเข้าไปรบกวนภายในบริเวณฟักไข่ และป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้หรือขโมยไข่เต่า พร้อมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) เปิดให้ชมสด เพื่อให้ทุกคนทั่วไทยทั่วโลกชมได้ตลอดเวลา และ ร่วมมือกับท้องถิ่นเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีผู้คนให้ความสนใจมาเดินชมตลอดเวลา เต่าหญ้า (Olive Ridley Turtle) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พรบ.สงวนและคุ่มครองสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2535 มีลักษณะกระดองเรียบสีเทาอมเขียว สีสันไม่สวยงามเท่าเต่ากระ และ เต่าตนุ ส่วนหัวค่อนข้างโต จะงอยปากมนกว่าเต่าตนุ และ ที่แตกต่างกันชัดเจน คือ เต่าหญ้ามีเกล็ดบนส่วนหัวตอนหน้า 2 คู่ และเกล็ดบนกระดองหลังแถวข้าง มีจำนวน 6-8 แผ่น โดยคู่แรกชิดติดกับเกล็ดขอบคอ ในขณะที่เต่ากระและเต่าตนุมีเพียง 4 แผ่น ขนาดโตเต็มที่ 75-80 ซม. น้ำหนัก 50 กก. ขนาดที่สามารถแพร่พันธุ์ได้ ความยาวกระดอง 60-65 ซม. จัดเป็นเต่าทะเลที่มีขนาดเล็กที่สุด ตัวเต็มวัยหากินอยู่ชายฝั่งน้ำตื้นแต่สามารถดำน้ำได้ถึง 300 เมตร วางไข่ทุกๆ 1-3 ปี ฤดูวางไข่ตั้งแต่เดือนตุลาคม-มีนาคม กินสัตว์น้ำต่าง ๆ ได้แก่กุ้ง หอย ปู และ ปลา เป็นอาหาร ถิ่นอาศัยหลักอยู่ในเขตซีกโลกเหนือ บริเวณที่มีอุณหภูมิของน้ำ 20ºC ส่วนประเทศไทยพบมากในฝั่งทะเลอันดามัน ได้แก่ เกาะกระ, เกาะพระทอง , เกาะคอเขา, หาดท้ายเหมือง จ.พังงา, หาดไม้ขาว, หาดกมลา และ หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ปัจจุบันพบการขึ้นมาวางไข่ของเต่าหญ้าน้อยมาก เกรงว่าเต่าชนิดดังกล่าวนี้น่าจะใกล้สูญพันธุ์แล้ว ดังนั้น กรมฯ จึงขอความร่วมมือจากทุกๆ คน ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และ ภาคเอกชน ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติทางทะเลให้มากขึ้น เช่น ไม่ทิ้งถุงพลาสติกบริเวณชายหาดหรือในท้องทะเล ลดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย การสร้างรีสอร์ทที่ส่งผลกระทบทำลายระบบนิเวศทางทะเล และ ลดความเชื่อผิดๆ ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมทั้งอยากให้เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นวาระแห่งชาติ ร่วมลงมือทำกันอย่างจริงจัง เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ทะเลที่หายากเหล่านี้ให้คงอยู่คู่ทะเลไทยต่อไป